หน้าแรก  
สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย  
สมาชิก  
ปฏิทินกิจกรรม  
ภาพกิจกรรม  
ข้อมูลวิชาการและงานวิจัย  
ข่าวสารความเคลื่อนไหว  
เกร็ดความรู้  
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
ถาม-ตอบ  
ติดต่อเรา  
 
 
 
  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โซนซี ชั้น 4 เลขที่ 60
ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 0-2345-1118
โทรสาร 0-2345-1281-3
อีเมล์ : trbc@thairussian.org
 
 
 
 
 
 
 
การเข้าร่วมงาน Eastern Economic Forum 2017 (EEF) ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2560 ณ เมืองวลาดิวอสต๊อก สหพันธรัฐรัสเซีย

การประชุม Eastern Economic Forum 2017 (EEF) เป็นเวทีการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนกับต่างประเทศของภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2558 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหันหน้าสู่ตะวันออก (Turn to the East) ของประธานาธิบดีรัสเซีย (นายวลาดิเมียร์ ปูติน) ที่ต้องการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองวลาดิวอสต็อก และให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของรัสเซียเข้ากับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 6,000 คน จาก 60 ประเทศ (เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากผู้เข้าร่วม 3,500 คน ในปีที่ผ่านมา) มีการลงนามความตกลงด้านการลงทุนทั้งสิ้น 217 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านล้านรูเบิล (1.43 ล้านล้านบาท)

ในโอกาสนี้ คุณเกรียงไกร เธียรนุกุล ในฐานะประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ตามคำเชิญจากหน่วยงาน Roscongress Foundation และได้เข้าร่วมงานเสวนาในหัวข้อ  Russia-ASEAN Business Dialogue โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (คุณวินิจฉัย แจ่มแจ้ง) เข้าร่วมเสวนาในหัวข้อนี้ โดยได้กล่าวถึงโอกาสที่ไทยและรัสเซียฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ 120 ปี และอาเซียนครบรอบ 50 ปี ในปี 2560 ศักยภาพของอาเซียนคือ เป็นตลาดที่มีผู้บริโภคมากกว่า 600 ล้านคน ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) รวมกันเกือบ 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก เนื่องจากมีแรงงานจำนวนมาก และทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ พลังงานน้ำ แร่ธาตุต่างๆ ประกอบกับการที่อาเซียนกำลังเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) กับประเทศคู่เจรจา 6 ประเทศ ซึ่ง RCEP จะเป็น “Mega FTA” ครอบคลุมประชากรเกือบครึ่งโลก เป็นร้อยละ 27 ของ GDP โลก ไทยมีจุดแข็งในด้านทำเลที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ซึ่งอยู่ใจกลางของอาเซียน สามารถเชื่อมโยงกับจีนและอินเดียได้ ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง (connectivity) ในทุกด้าน และมีระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของไทยซึ่งมีการพัฒนาความพร้อมในทุกด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ เพื่อรองรับการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่และเชื่อมโยงประเทศไทยสู่อาเซียน และจีนได้ ซึ่งนโยบายดังกล่าวสอดรับกับนโยบายหันหน้าสู่ตะวันออกของรัสเซีย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวรัสเซียมาประเทศไทยปีละกว่า 1 ล้านคน เป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจากยุโรป และมีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในแถบตะวันออกไกลของรัสเซียเป็นจำนวนมาก การพัฒนาความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งควรผลักดันให้เป็นรูปธรรมคือความร่วมมือด้านโลจิสติกส์ระหว่างท่าเรือวลาดิวอสต็อกของรัสเซียกับท่าเรือแหลมฉบังของไทย ไทยและรัสเซียได้ตั้งเป้าหมายการค้าสองฝ่ายให้เพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2563

ในช่วงเวลาดังกล่าวทาง สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงมอสโก ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดกิจกรรมโครงการคณะผู้แทนการค้าไปเจรจาการค้าการลงทุน ณ เมืองวลาดิวอสต็อก สหพันธรัฐรัสเซีย มีบริษัทไทยเข้าร่วมกิจกรรม Business Matching 8 บริษัท ได้แก่ สินค้าผลิตภัณฑ์อาหาร (4 บริษัท) สปาและความงาม (1 บริษัท) ชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่เสริม (2 บริษัท) และผ้าปูที่นอน (1 บริษัท) มีผู้ประกอบการรัสเซียเข้าร่วม 84 ราย คาดว่าภายใน 1 ปีจะมียอดการสั่งซื้อ 286,000 เหรียญสหรัฐ จากสินค้า อาทิ ลูกหมากรถยนต์ อุปกรณ์ล็อกบ้าน กุญแจบ้าน ยาสีฟันสมุนไพร สบู่ สินค้าสปา เครื่องต้มยำชนิดผง ผลิตภัณฑ์ข้าวสำเร็จรูป และเครื่องดื่มที่ทำจากข้าว 

นอกจากนี้ ได้ทราบมาว่าผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์และคณะ ได้เข้าพบผู้บริหารบริษัท FESCO ของรัสเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบการบริหารท่าเรือพาณิชย์ในวลาดิวอสต็อก เพื่อหารือการพัฒนาความเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือวลาดิวอสต็อกของรัสเซียกับท่าเรือแหลมฉบังของไทย ซึ่งไทยได้ให้ข้อมูลเรื่องนโยบาย Eastern Economic Corridor ของไทย รวมทั้งการเร่งพัฒนาสาธารณูปโภค ระบบคมนาคมขนส่ง และโลจิสติกส์ต่างๆ อาทิ ขยายมอเตอร์เวย์ สร้างรถไฟความเร็วสูง สร้างรถไฟทางคู่ ขยายท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง ฯลฯ เพื่อรองรับการลงทุนและขยายตัวทางเศรษฐกิจในพื้นที่ และให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ รถยนต์แห่งอนาคต หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม และมีการให้สิทธิพิเศษแก่อุตสาหกรรมเป้าหมาย ซึ่งแหลมฉบังของไทยสามารถเป็น “ประตู” (gateway) สำหรับสินค้าของรัสเซียจากภูมิภาคตะวันออกไกลไปสู่ประเทศในอาเซียนได้ โดยบริษัท FESCO ยินดีที่จะให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยได้เข้าพบหลังจากนี้ และแจ้งว่าจะเดินทางมาเยี่ยมชมท่าเรือแหลมฉบังในเวลาอันใกล้นี้ พร้อมกับได้ให้รายชื่อผู้รับผิดชอบ (focal point) ของบริษัทฯ เพื่อที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยจะได้ประสานในรายละเอียดต่อไป

ที่มา : สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย
เว็บไซต์ : www.thairussian.org
ปรับปรุงโดย : Admin TRBC -
ปรับปรุงเมื่อ : 3 พฤศจิกายน 2017
   
  ก่อนหน้า