หน้าแรก  
สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย  
สมาชิก  
ปฏิทินกิจกรรม  
ภาพกิจกรรม  
ข้อมูลวิชาการและงานวิจัย  
ข่าวสารความเคลื่อนไหว  
เกร็ดความรู้  
เว็บไซต์ที่น่าสนใจ  
ถาม-ตอบ  
ติดต่อเรา  
 
 
 
  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
โซนซี ชั้น 4 เลขที่ 60
ถนนรัชดาภิเษกตัดใหม่
เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 0-2345-1118
โทรสาร 0-2345-1281-3
อีเมล์ : trbc@thairussian.org
 
 
 
   
 
“มนต์เสน่ห์แห่งตะวันออก” บทความในนิตยสาร "Orden" ฉบับเดือนกรกฎาคม 2015

 

 

พระเจดีย์ทอง 2 องค์ที่ส่องประกายเป็นคู่บารมีแห่งพระบรมมหาราชวังของกรุงเทพฯ ผนังวัดโบราณแห่งอยุธยาที่ถูกปกคลุมด้วยรากไม้เขียวขจี เรือแหลมสัญจรไปตามสายน้ำเจ้าพระยาที่อบอุ่น เหล่าพระสงฆ์ผู้สำรวมสงบในจีวรสีส้ม และนางรำทรงเสนห์ที่ร่ายรำประจำชาติพร้อมด้วยชุดองค์ทรงเครื่องอันหรูหราและชฎาทองล้วนสวมประดับ หมู่เกาะแห่งภาคใต้ที่ล้วนรายล้อมไปด้วยต้นมะพร้าว อัตลักษณ์หมู่บ้านทางภาคเหนือที่ซึ่งมีเด็กสาวอาศัยอยู่กับคอที่ยาวแลดูผิดแผกจากคนทั่วไปเพราะการที่สวมห่วงทองเหลืองไว้ ดอกบัวและกล้วยไม้นานาพันธุ์ การแสดงช้างและฟาร์มจระเข้ พืชพรรณเขียวชอุ่มและสัตว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ เหล่านี่คือ “ประเทศไทย” ดินแดนมหัศจรรย์แห่งความงาม วัฒนธรรมเก่าแก่และการผสมผสานความสมานสามัคคีในการดำรงอยู่ ไม่เพียงแต่เป็นสวรรค์แห่งธรรมชาติในเขตร้อน ยังเป็นอนุสรณ์สถานโบราณกาลที่มีชื่อเสียง ทั้งหมดคือดินแดนแห่งนี้ ประเทศไทยยังเป็นสถานที่เดียวที่ผู้คนต่างมีรอยยิ้มและมีแต่ความสงบสุข ผู้คนหนุ่มสาวที่อาศัยอยู่ในเมืองและท้องถิ่นของตน ผู้คนกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา ที่ในทุกๆอย่างวันทำงานและวันหยุดล้วนมีความสนุกสนาน ความท้าทายของวิถีชีวิตในปัจจุบันที่สอดแทรกด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีแบบโบราณเหล่านี้ล้วนเป็นอะไรที่ทำให้เห็นถึงสิ่งที่มีเกียรติและน่าเคารพ มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ในวันที่ประเทศไทยถือเป็นวันเฉลิมพระชมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบ 87 พรรษา ในวันดังกล่าวประชาชนชาวไทยทั้งประเทศพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีเหลืองอันเป็นสีประจำพระชนมวารของพระองค์ท่าน เหล่าข้าราชการพลเรือนล้วนสวมเนคไทสีเหลือง นักเรียนสวมใส่เสื้อยืดสีเหลืองและเด็กๆสวมใส่หมวกสีเหลือง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงความเคารพต่อพระองค์...ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ในเดือนเมษายน เมื่อถึงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง “เทศกาลสงกรานต์” ซึ่งถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ในตามปฏิฐินของชาวพุทธ ผู้คนต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันบนท้องถนน พร้อมอาวุธคู่กายไม่ว่าจะเป็น ปืนฉีดน้ำของเล่น ถุงน้ำพลาสติก โอ่ง, ขวด ถัง อ่างน้ำ สายยางฉีดน้ำ หรือ ฝักบัว เพื่อวัตถุประสงค์เพียงอย่างเดียวสำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์คือต้องการมีความสุขสนุกสนานไปกับเพื่อนพ้องของพวกเขากับการเล่นสาดน้ำตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยน้ำเย็นที่สะอาดในช่วงกลางวันที่อากาศร้อนระอุ ในเดือนพฤษภาคม ในการประกอบพิธีสำคัญของพระมหากษัตริย์ที่มีมานานหลายศตวรรษของไทยอย่าง “พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ” เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก ในพิธีจะมีพระโคสีขาวทั้งสองเดินวนทักษวรรต 3 รอบ อยู่เบื้องหลังพราหมณ์ที่กำลังหว่านเมล็ดพันธุ์พืช ซึ่งหลังจากจบพิธีจะเต็มไปด้วยความเบียดเสียดและคึกคัก จากการเก็บรวบรวมเมล็ดพืชจากพื้นดินของผู้เข้าชมจำนวนมาก ไม่ว่าจะเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก หรือเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นพระโคจะเลือกกินพืชพันธุ์ธัญญาหารที่หลากหลายและเสี่ยงทายว่าจะแล้งหรือจะมีฝนตกในฤดูกาลทำนาที่กำลังจะมาถึงหรือไม่ ส่วนในเดือนพฤศจิกายน เข้าสู่การเฉลิมฉลองในช่วงเวลากลางคืนที่มีสวยงามของเทศกาลอย่าง "ลอยกระทง" ผู้คนต่างหลั่งไหลแสดงความเคารพบูชาและขอขมาต่อพระแม่คงคา โดยการลอยกระทงทำจากใบตองพร้อมด้วยธูปเทียน เพื่อลอยไปตามแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร ทะเลสาบ หรือแม้แต่หนองน้ำ ส่วนบนท้องฟ้าก็มีหิ่งห้อยนับพัน และเต็มไปด้วยโคมไฟกระดาษที่ลอยสูงขึ้นด้วยอากาศร้อนจากเทียนที่ผูกติดไว้ภายใน คนไทยใช้เป็นสิ่งบอกลาความทุกข์ยากและอธิษฐานแต่สิ่งดีๆให้บังเกิดในวันพรุ่งนี้ของพวกเขา ถนนหนทางทั้งในกรุงเทพฯและเมืองต่างๆของประเทศไทยล้วนมีวิถีชีวิตที่น่าประหลาดใจ มีสัญลักษณ์ของความมีชีวิตอยู่ในทุกย่างก้าว แม้ว่ารอบๆจะไม่มีสิ่งมีชีวิต แม้ว่าที่ตรงนั้นจะเป็นเพียงลานบ้านหรือแม้ว่าจะเป็นเพียงซอกมุม ในทุกที่จะพบเห็น “ศาลพระภูมิ” ขนาดเล็กลักษณะคล้ายกับบ้านนก ศาลขนาดเล็กเหล่าต่างมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย สิ่งเหล่านั้นอยู่ตรงนั้นตรงนี้ อยู่ตามมุม ใกล้กับรั้ว มีพวงมาลัยดอกไม้สดที่ใช้ในการสักการะ รวมทั้งข้าวและผลไม้ บนทางเท้าของที่นี่มีกระถ่างดินเผาพร้อมด้วยต้นไม้เล็กๆที่มีเสน่ห์ หรืออ่างน้ำเต็มเปี่ยม ที่ภายในมีดอกบัวสีชมพูอ่อน ต้นไม้เก่าแก่อายุร่วมศตวรรษที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเคารพบูชา ได้รับความระมัดระวังเป็นพิเศษลำต้นถูกผูกด้วยผ้าคลุมหลากสีและ “ลูกประคำ” จากดอกตูมของดอกไม้สด หรือสำหรับบางคนก็จำเป็นต้องมีทั้งหมด! ส่วนมนต์เสน่ห์ของตลาดตอนกลางคืนเป็นอย่างไร ภายใต้บรรยากาศแสงสีเหลืองของ”หลอดไฟอิลิช” คนขายดอกไม้นับร้อยคอยสานทอและร้อยดอกไม้นับหมื่นดอกเป็นกำไลข้อมือหรือสร้อยคอด้วยฝีมือของตัวเองอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ที่พอยามรุ่งสางเมื่อแสงแห่งดวงอาทิตย์สาดมายังท้องถนนและตามตรอกซอกซอย อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของตึกสูงอาคารสำนักงานและโรงแรม รวมถึงตลาด ร้านค้า ที่ถูกประดับดาเข้ามาแทนที่ เป็นดังจุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจที่ดึงดูดผู้คนที่สนใจในงานศิลปะ ด้วยเหตุนี้ทำให้เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมของปีนี้ที่กรุงเทพฯ กลุ่มศิลปินที่ชื่นชอบความเป็นตะวันออก ที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มนักเดินทางแห่งความสร้างสรรค์” ที่นำโดย นายวลาดิมีร์ นิโคลาเยวิช อานิซิโมฟ เป็นประธานในครั้งนี้ กว่าสามสัปดาห์ที่เหล่าศิลปินกลุ่มนี้เดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อเฝ้ามอง สังเกตและซึมซับสิ่งต่างๆ พวกเขาสรรสร้างผลงานภาพวาดมากมายอย่าง ภูมิทัศน์แห่งเส้นสีลวดลายของวัดวาอาราม ภาพเหมือน ภาพสเก็ตภาพลายเส้นที่มีอารมณ์ขัน อย่างพวกภาพในสวนสัตว์ ย่านท้องถิ่นในชุมชน หรือแม้แต่มุมที่สวยงามของพืชพันธ์นานาชนิด มันเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อ แต่ทุกวันนี้ภาพวาดต่างๆที่บอกเล่าเรื่องราวมากมายรวมเป็นผลงานกว่าห้าร้อยชิ้น ผลงานเหล่านั้นไม่เพียงแต่เป็นงานลายเส้น ภาพสเก็ต แต่ยังรวมถึงงานภาพวาดสีน้ำมันอีกด้วย ส่วนหนึ่งของผลงานจะถูกนำไปวางจัดแสดงในงานนิทรรศการศิลปะที่จะมีขึ้นที่มอสโกและกรุงเทพแผนงานดังกล่าวจะจัดให้ตรงกับปีแห่งการเฉลิมฉลองคือ ปี 2017 ซึ่งถือเป็นการครบรอบ 120 ปี แห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียและสยาม อีกสิ่งที่สุดยอดของความสร้างสรรค์ในครั้งนี้คือการได้พบปะกันของเหล่าศิลปินชาวรัสเซียและชาวไทยที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ที่มูลนิธิ “อมตะ” ที่อำนวยโดยนักธุรกิจชาวไทยที่มีชื่อเสียงและท่านผู้ใจบุญ นั่นคือคุณวิกรม กรมดิษฐ์ ที่ท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่รักงานศิลปะอย่างแท้จริงและเป็นมิตรที่ดีกับรัสเซีย การจัดการประชุมมีการจัดบนดาดฟ้าของสำนักงานของคุณวิกรมในย่านใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีการตกแต่งสไตล์เป็นสวนป่าอย่างแท้จริง อีกทั้งบรรยากาศที่ดูแปลกตากับบุคลิกภาพที่สดใสของเจ้าภาพในการต้อนรับแขกผู้มาเยือน ด้วยการแต่งกายแบบดั้งเดิมด้วย “ผ้าซิ่น” เป็นกระโปรงยาวที่ผู้ชายในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มักนิยมใส่กัน สิ่งนื้ถือเป็นการสร้างบรรยากาศพิเศษอย่างมากทีเดียว อีกทั้งในตอนเย็นเหล่าศิลปินรู้สึกครื้นเคร้งกับการที่ทุกคนได้พูดคุยกันและการโชว์ผลงานของพวกเขารวมถึงการแลกเปลี่ยนความรู้ทางงานศิลปะแบบดั้งเดิมและรวมถึงงานศิลปะรูปแบบใหม่อย่างมีรสชาติ และสิ่งที่แสนวิเศษอย่างความมหัศจรรย์ของแรงบันดาลใจแห่งตะวันออก ในเดือนกรกฎาคมนี้ศิลปินภาพเหมือนชาวรัสเซียเตรียมตัวเดินทางมาเยือนประทศไทยอีกครั้ง พวกเขากำลังรอและมองหาสถานที่ใหม่ – เมืองหัวหินและเชียงใหม่รวมถึงเกาะภูเก็ต สิ่งที่น่าสนใจได้ดึงดูดพวกเขาไว้ นัยน์ตาของพวกเขาถวินหาภาพใหม่เพื่องานศิลปะ แผนการของการแลกเปลี่ยนการเดินทางของความคิดสร้างสรรค์ระหว่างรัสเซียและไทยถือเป็นอะไรที่น่าดึงดูดที่ไม่สามารถจะปฏิเสธได้เลยทีเดียว
ที่มา : สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/RussiaInThai/posts/433820283469169
ปรับปรุงโดย : Admin TRBC -
ปรับปรุงเมื่อ : 24 กรกฎาคม 2558
  ก่อนหน้า