на главную страницу  
таиландско-российский деловой совет  
Члены  
Ближайшие выставочные мероприятия  
Фото деятельности ТРДП  
Таиландско-Российские  
Новости  
Интересные данные  
Интересные вэбсайты  
Вопросы-Ответы  
Контактная информация  
 
 
 
  Queen Sirikit National Convention Center
Zone C 4th Floor, 60
New Rachadapisek RD.
Klongtoey Bangkok 10110
Tel. +662 345 1118 , 1120
Fax. +662 345 1281-3
Email : trbc@thairussian.org
 
 
 
 

หมวดที่ 1

บททั่วไป

ข้อ 1. องค์กรนี้มีชื่อเรียกว่า “ สภาธุรกิจไทย – รัสเซีย ”เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า “ Thai – Russian Business Council ”
ใช้ชื่อย่อเป็นภาษาอังกฤษว่า “ T-RBC ”
 
ข้อ 2. เครื่องหมายตราสัญลักษณ์

 
ข้อ 3. คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการบริหารของสภาธุรกิจไทย – รัสเซีย
 
ข้อ 4. สภาธุรกิจไทย-รัสเซียอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร. )
ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
และสมาคมธนาคารไทย
   
 

หมวดที่ 2

วัตถุประสงค์

ข้อ 5. สภาธุรกิจไทย – รัสเซีย มีวัตถุประสงค์การดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(1) ส่งเสริม และ สนับสนุน ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้า การลงทุน เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และ การเงินการธนาคาร ระหว่างนักธุรกิจไทยและรัสเซียทั้งด้านนโนยายและด้านปฏิบัติ รวมถึง การส่งเสริมและสนับสนุนความร่วมมือสู่ประเทศที่สามและใกล้เคียง

(2) ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้กับนักธุรกิจที่สนใจจะติดต่อธุรกิจระหว่างทั้งสองประเทศ

(3) เป็นศูนย์กลางความร่วมมือการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และ ให้ความร่วมมือด้านความรู้ ระหว่างประเทศและระดับโลก

(4) เป็นองค์การศูนย์กลางที่โปร่งใส ดำเนินการอย่างเปิดเผยทางด้านการสนับสนุนซึ่งกันและกัน
ทางธุรกิจสำหรับสมาชิกและนักธุรกิจทั้งสองฝ่าย

(5) เสนอระเบียบการค้าต่างๆ ให้เป็นไปอย่างชัดเจน รัดกุม และ เป็นธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุด
ของสมาชิกและการทำธุรกิจระหว่างทั้งสองฝ่าย

(6) ส่งเสริมและเผยแพร่ด้านวัฒนธรรม ตลอดจน การท่องเที่ยว ของทั้งสองฝ่าย

(7) ส่งเสริมการพัฒนาทางด้านทรัพยากรมนุษย์

(8) ส่งเสริมกระบวนการการวิจัยพัฒนาด้านวิชาการ และ เผยแพร่ข้อมูลให้แก่สมาชิก

(9) ไม่ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

 
 

หมวดที่ 3

สมาชิกภาพ สิทธิและหน้าที่

ข้อ 6. สมาชิกภาพ

(1) สมาชิกของสภาธุรกิจไทย – รัสเซีย แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

ก. สมาชิกสามัญ หมายถึง นิติบุคคล และ บุคคลธรรมดา ที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกกับสภา
ธุรกิจไทย – รัสเซีย และ ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า และ ค่าธรรมเนียมบำรุงสมาชิกประจำปีแล้ว ยกเว้น ผู้แทนจากคณะกรรมการร่วม 3 สถาบัน (กกร. ) ประกอบด้วย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย รวมถึง หอการค้าไทย – รัสเซีย

ข. สมาชิกวิสามัญ หมายถึง บุคคล ที่ได้รับเชิญเข้ามาเป็นสมาชิก โดยสมาชิก
ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียมบำรุงสมาชิกประจำปีแต่จะต้องได้รับการยินยอมจาก
คณะกรรมการ

(2) การสมัครเข้าเป็นสมาชิกนั้น จะกระทำได้โดยผู้ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกจะต้องกรอกข้อความ
ตามแบบฟอร์มการสมัครเป็นสมาชิก และ ยื่นแบบฟอร์มนั้นต่อฝ่ายเลขานุการสภาธุรกิจไทย –
รัสเซีย เพื่อกลั่นกรองคุณสมบัติและนำเสนอขอการอนุมัติต่อคณะกรรมการบริหาร

(3) คณะกรรมการบริหารเป็นผู้พิจารณารับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก และ แจ้งให้ผู้สมัครทราบภายใน
60 วัน นับจากวันที่ผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก

(4) สมาชิกอาจไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคลเสมอไป แต่อาจเป็นบุคคลธรรมดาได้ เช่น นักวิชาการ,
ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นต้น

(5) สมาชิกภาพจะมีอยู่ตลอดไป เว้นแต่

ก. ตาย หรือ เลิกนิติบุคคล หรือ

ข. แจ้งการลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ หรือ

ค. คณะกรรมการมีมติให้ออกเพราะเหตุขาดคุณสมบัติ หรือ ประพฤติผิดศีลธรรมอันดี หรือ
ธรรมจรรยาการค้า จนขาดความนับถือจากมหาชน หรือประพฤติตนหรือทำการใดๆ อัน
อาจนำความเสื่อมเสียมาสู่สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย และชื่อเสียงของประเทศ หรือ

ง. ค้างชำระค่าธรรมเนียมบำรุงประจำปีเป็นเวลาเกินกว่า 2 ปี และ ได้รับความเห็นชอบ
จากคณะกรรมการบริหาร หรือ

จ. ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีกำหนด
โทษขั้นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือ

ช. เป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้
ความสามารถ

ข้อ 7. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

(1) สมาชิกทุกประเภทมีสิทธิที่จะเข้าร่วมประชุม อภิปราย แสดงความคิดเห็นร่วมกัน และ กำหนด
นโยบายในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ประชุมใหญ่วิสามัญ แต่เฉพาะสมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิเสนอชื่อผู้รับสมัครเลือกตั้งเป็นประธานสภาธุรกิจ ประธานคณะกรรมการ และ การออกคะแนนเสียงเลือกตั้ง

(2) สมาชิกสามัญและวิสามัญ มีสิทธิอุทธรณ์มติหรือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการต่อที่ประชุมใหญ่
สามัญประจำปีหรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญได้ หากเห็นว่ามติหรือคำวินิจฉัยนั้นๆ ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นธรรมต่อสมาชิก

(3) สมาชิกจะต้องให้ความร่วมมือ ในการดำเนินกิจการต่างๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่กำหนด
ไว้และปฏิบัติตามข้อบังคับระเบียบการและกฎเกณฑ์ต่างๆ ของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย รวมทั้งมติและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ

(4) สมาชิกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมบำรุงสมาชิกประจำปีให้แก่สภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ล่วงหน้าเป็น
รายปีภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ตามอัตราดังต่อไปนี้

ก. สมาชิกสามัญเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นสมาชิกบริษัทหรือรายละ 1,000 บาท และ เสีย
ค่าธรรมเนียมบำรุงสมาชิกประจำปี 3,000 บาท / ปี

ข. สมาชิกวิสามัญ ไม่เสียค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นสมาชิก และ ค่าธรรมเนียมบำรุงสมาชิก
ประจำปี

ค. สำหรับค่าบำรุงแรก?เข้าให้ชำระพร้อมค่าสมัครเข้าเป็นสมาชิกในปีนั้นๆ สมาชิกมีหน้าที่ต้อง
รับผิดชอบในการชำระค่าบำรุงจนถึงวันที่ออกหรือถูกให้ออก

(5) สมาชิกใดละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้ระบุในข้อบังคับ ให้คณะกรรมการออกหนังสือเตือน
ให้สมาชิกปฏิบัติหรือสั่งพักหรือให้พ้นจากการเป็นสมาชิกของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย

   
 

หมวดที่ 4

การประชุมสมาชิกและการประชุมคณะกรรมการ

ข้อ 8. การประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ให้คณะกรรมการจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ณ วันเวลา และสถานที่ตามที่คณะกรรมการกำหนด

ข้อ 9. การประชุมใหญ่วิสามัญ
ประธานกรรมการอาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญเมื่อใดก็ได้ หรือเมื่อสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดร้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ 10. การประชุมคณะกรรมการ
ให้มีการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาดำเนินกิจการของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย เป็นจำนวนไม่น้อยกว่าปีละ 4 ครั้ง ประธานมีสิทธิเรียกประชุมเมื่อใดก็ได้หรือเมื่อกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสี่ร้องขอให้มีการประชุมคณะกรรมการ

ข้อ 11. การแจ้งประชุม
ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญให้เลขาธิการส่งหนังสือแจ้ง วัน เวลา สถานที่และระเบียบวาระการประชุม ให้คณะกรรมการและสมาชิกทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน สำหรับการประชุมคณะกรรมการ ควรแจ้ง วัน เวลา สถานที่ และระเบียบวาระการประชุมให้คณะกรรมการทราบล่วงหน้าหรือในกรณีเร่งด่วนจะแจ้งให้กรรมการทราบทางโทรศัพท์ โทรสารหรือติดต่อโดยตรงก็ได้

ข้อ 12. องค์ประชุม และ ประธานในที่ประชุม

(1) ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้งให้ถือว่าจำนวนกรรมการกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ
ทั้งหมดเป็นองค์ประชุม

(2) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือประชุมใหญ่วิสามัญให้ถือจำนวนสมาชิกสามัญและ
วิสามัญไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกเป็นองค์ประชุม

(3) ในกรณีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือประชุมใหญ่วิสามัญมีจำนวนสมาชิกสามัญและวิสามัญไม่ครบองค์ประชุมตามกำหนด ให้มีการเรียกประชุมอีกครั้งหนึ่งภายใน 30 วัน และ หากจำนวนสมาชิกมีมาเท่าไรให้นับถือเป็นองค์ประชุม

(4) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญหรือการประชุมคณะกรรมการให้
ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมให้รองประธานทำหน้าที่แทน ถ้าประธานและรองประธานไม่อยู่ในที่ประชุมให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมเป็นประธานในที่ประชุม เว้นแต่การประชุมในวาระเลือกตั้งประธานกรรมการ ให้สมาชิกที่มาประชุมแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมในที่ประชุมเป็นประธานชั่วคราวของที่ประชุมเพื่อดำเนินการประชุมในวาระดังกล่าว

ข้อ 13. มติของที่ประชุม

(1) ในการประชุมคณะกรรมการทุกครั้ง ให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของกรรมการที่มาประชุม
เป็นมติของที่ประชุมในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมลงคะแนนเสียงชี้ขาด

(2) ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือประชุมใหญ่วิสามัญแล้วแต่ข้อบังคับนี้จะระบุเป็นอย่าง
อื่นให้ถือตามคะแนนเสียงข้างมากของสมาชิกสามัญและวิสามัญที่มาประชุมเป็นมติของที่
ประชุม ในกรณีคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมลงคะแนนเสียงชี้ขาด

(3) สมาชิกผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นพิเศษในเรื่องใด ซึ่งที่ประชุมจะลงมติ สมาชิกผู้นั้นจะออกเสียง
ลงคะแนนในเรื่องนั้นไม่ได้

ข้อ 14. วาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปีให้คณะกรรมการกำหนดวาระการประชุม ในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้

(1) รายงานกิจการดำเนินการมาแล้ว

(2) รับรองรายงานประชุม

(3) พิจารณารับรองงบดุลประจำปี

(4) แถลงกิจการที่ต้องดำเนินการต่อไป

(5) เลือกตั้งกรรมการเมื่อครบวาระ

(6) พิจารณาญัตติต่าง ๆ ที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของที่ประชุมใหญ่

(7) เรื่องอื่น ๆ ถ้ามี

   
 

หมวดที่ 5

คณะกรรมการ

ข้อ 15. องค์คณะกรรมการบริหาร

15.1 คณะกรรมการบริหารสภาธุรกิจไทย - รัสเซีย ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 11 คน แต่ไม่เกิน 25 คน
และให้ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้ คือ

(1) ประธานคณะกรรมการ

(2) รองประธานคณะกรรมการ * ไม่น้อยกว่า 3 ท่าน

(3) เลขาธิการคณะกรรมการ

(4) รองเลขาธิการคณะกรรมการ * ไม่น้อยกว่า 3 ท่าน

(5) เหรัญญิก

(6) นายทะเบียน

(7) กรรมการ * จากผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
สมาคมธนาคารไทย และ หอการค้าไทย - รัสเซีย

(8) กรรมการ * นอกเหนือจากองค์กรกล่าวข้างต้นในข้อ 7 โดยไม่น้อยกว่า 2 ท่าน
แต่ไม่เกิน 8 ท่าน

15.2 คณะกรรมการมีสิทธิแต่งตั้งผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการและคณะที่
ปรึกษาได้ตามความเหมาะสม

15.3 การเลือกตั้งผู้ที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ ให้ทำในที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยวิธี
ลงคะแนนแบบเปิดเผยหรือลับจากสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมเท่านั้น

15.4 ให้ประธานเชิญประชุมคณะกรรมการและแต่งตั้ง คณะกรรมการตามจำนวนที่ระบุในข้อ 15.1

15.5 ให้คณะกรรมการสภาธุรกิจไทย – รัสเซีย มีกำหนดวาระดำเนินการคราวละ 2 ปี นับจาก
วันที่ประธานสภาธุรกิจเข้ารับตำแหน่ง และ เมื่อครบวาระแล้วสามารถได้รับการแต่งตั้งให้
เข้าดำรงตำแหน่งอีกก็ได้

15.6 นอกจากการครบวาระตามระบุข้อ 15.5 แล้ว คณะกรรมการย่อมจะพ้นจากตำแหน่งในกรณี ดังนี้

(ก) ตาย หรือ

(ข) แจ้งการลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ หรือ

(ค) คณะกรรมการมีมติถอดถอน หรือ

(ง) พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพ หรือ

(จ) ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือ ความผิดที่มีกำหนดโทษขั้นลหุโทษ หรือ ความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท หรือ

(ฉ) มีคำสั่งศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย เป็นผู้ไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ

15.7 ในกรณีตำแหน่งประธานว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้ง
รองประธานคนหนึ่งคนใดให้ดำรงตำแหน่งรักษาการแทน และ ให้ทำหน้าที่จนกว่าจะมีการ
เลือกตั้งเสร็จสิ้น ทั้งนี้ ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของผู้ที่ตนแทน

15.8 ในกรณีกรรมการในตำแหน่งใดว่างลงก่อนครบกำหนดวาระ ให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้ง
บุคคลอื่นให้ดำรงตำแหน่งแทน และ ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระของผู้ที่ตนแทน

   
 

หมวดที่ 6

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ 16. รายได้ของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย มาจากค่าธรรมเนียมบำรุงประจำปีที่เรียกเก็บจากสมาชิก รายได้
จากผู้ให้การสนับสนุน การบริจาค การจัดกิจกรรม และ การให้บริการอื่น ๆ

ข้อ 17. ให้มีการจัดทำบัญชีแสดงรายรับรายจ่าย และบัญชีทรัพย์สิน ลูกหนี้ เจ้าหนี้ พร้อมทั้งมีการแจ้งและ
ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี

ข้อ 18. การเบิกจ่ายเงินเพื่อใช้ในกิจการของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ให้ปฏิบัติตามระเบียบที่คณะ
กรรมการบริหารกำหนดไว้

ข้อ 19. ให้ถือวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสิ้นรอบปีทางบัญชีการเงินของสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย

   
 

หมวดที่ 7

เรื่องอื่น ๆ

ข้อ 20. การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับนี้ ทำได้โดยคณะกรรมการเป็นผู้เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยจะต้องได้รับ
ความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือที่ประชุมใหญ่วิสามัญ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่าสองในสามของสมาชิกสามัญและสมาชิกวิสามัญที่เข้าร่วมประชุม

ข้อ 21. การเลิกสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย จะมีผลต่อเมื่อจำนวนสมาชิกสองในสามของสมาชิกสามัญและ
วิสามัญทั้งหมดมีมติให้ยกเลิก ในกรณีที่มีการเลิกสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ให้นำบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยการชำระบัญชีมาบังคับใช้โดยอนุโลม และกรณีที่มีทรัพย์สินเหลืออยู่ให้โอนไปให้กับมูลนิธิหรือองค์กรแห่งหนึ่งแห่งใดหรือหลายแห่งในราชอาณาจักรที่มีวัตถุประสงค์ตรงกันตามมติที่ประชุมใหญ่

ข้อ 22. ข้อบังคับฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2550